Page 93 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 93

แนวทางการป?องกันและรกั ษามะเร็งปากมดลูก  87

    5. ภาวะปากมดลูกหลวม (cervical incompetence/ insufficiency) เป?นภาวะท่ีปากมดลูกเป?ดโดยที่ไม?ได?
มีการเจ็บครรภ?เกิดข้ึนก?อน ทำให?เกิดการแท?งหรือการคลอดก?อนกำหนดได?ในช?วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการ
ต้ังครรภ?(9-10) มักจะเพิ่มความเส่ียงต?อการเกิดการแท?งหรือการคลอดก?อนกำหนดได? เน่ืองจากการทำการตัดปาก
มดลูกออกเป?นรูปกรวยด?วยมีด (cold-knife conization) หรือการตัดปากมดลูกด?วยห?วงลวดไฟฟ?า
(LEEP/LLETZ) ทำให?เน้ือเยอ่ื บริเวณปากมดลูกหายไป จึงทำให?ความแข็งแรงของปากมดลูกลดลง และเกิดการเป?ด
ขยายของปากมดลูกกอ? นกำหนดซึ่งทำให?เกิดการคลอดก?อนกำหนดได?

     6. ภาวะปากมดลูกตีบ (cervical stenosis)(11-16) ภายหลังการทำหัตถการการผ?าตดั ปากมดลูกออกเป?นรูป
กรวยด?วยมีด (cold-knife conization) มีโอกาสเกิดได? ร?อยละ 3 - 25 และจากผ?าตัดปากมดลูกด?วยห?วงลวด
ไฟฟ?า (LEEP/LLETZ) มโี อกาสเกิดได?รอ? ยละ 1.3 - 19

ภาวะแทรกซ?อนจากการฉายรงั สรี ักษา(17)
       รังสีรกั ษามีบทบาทอยา? งมากในการรักษาผู?ป?วยมะเรง็ ปากมดลูก โดยสามารถใชร? ังสรี กั ษาแก? ผ?ปู ?วยมะเร็ง

 ปากมดลูกได?ในทุกระยะของโรค ในขณะเดียวกันรังสีรักษาก็ทำให?เกิดภาวะแทรกซ?อนหรือผลข?างเคียง
 ซึ่งแบ?งเป?นภาวะแทรกซ?อนแบบเฉียบพลัน (acute radiation complication) ซึ่งเกิดระหว?างการฉายรังสี
 จนกระท่ังภายหลังการรักษาครบประมาณ 3 เดือน และภาวะแทรกซ?อนแบบเรื้อรัง (chronic or late
 radiation complication) ซ่งึ มกั เกิดภายหลังการรักษามากกว?า 6 เดอื นข้ึนไป โดยผลขา? งเคียงจากการฉายรังสี
 จะแตกต?างกันไปในแต?ละราย ข้ึนอย?ูกับบริเวณที่ฉายรังสี ปริมาณรังสี หรือการได?รับการรักษาอ่ืนร?วมด?วย
 ซึ่งผลข?างเคียงที่อาจเกิดได?ในระหว?างฉายรังสี ได?แก? ป?สสาวะแสบขัด ท?องเสีย อ?อนเพลีย ซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ
 ในระยะยาวอาจมีผลข?างเคียง ได?แก? ป?สสาวะหรืออุจจาระเป?นเลือด ช?องคลอดตีบหรือแห?ง หมดประจำเดือน
 ก?อนวัยโดยผลขา? งเคยี งน้ันข้ึนกบั บริเวณและปริมาณรังสที ีแ่ ตล? ะอวยั วะได?รับ

 ภาวะแทรกซ?อนแบบเฉียบพลัน (acute radiation complications) (17-18)
       การฉายรงั สีจากภายนอก (external beam radiation) มีผลขา? งเคยี งท่ีพบบ?อยดงั ต?อไปน้ี
        - มีอาการอ?อนเพลยี
        - เบือ่ อาหาร
        - คลื่นไส? อาเจียน
        - ท?องเสีย ปวดเบ?งเวลาถ?ายอุจจาระ (tenesmus) และอาจพบว?ามีเลือดปนออกมากับอุจจาระ เป?นผล

เน่ืองมาจากการทร่ี ังสไี ปทำลายเยื่อบผุ ิวของลำไส? ซ่ึงให?เกิดการระคายเคอื งเฉพาะที่ตอ? ลำไส? ทำให?มีการบีบตัวของ
ลำไส?มากและรุนแรงกว?าปกติ ซ่ึงถ?าทำการส?องกล?องตรวจลำไส? (proctoscopy) ก็จะพบมีอาการบวมแดงและ
อักเสบเป?นแผลท่ีลำไส? และอาจพบมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ท่ัว ๆ ไป สำหรับอาการท่ีเกิดข้ึนเหล?าน้ีสามารถควบคุม
ได?โดยการให?ยาแก?ท?องเสีย (นิยมใช? diphenoxylate หรือ Lomotil) ให?ผู?ป?วยพักผ?อนให?มากขึ้น รับประทาน
อาหารทมี่ ี กากน?อยและงดอาหารรสจัดโดยเฉพาะรสเผ็ด อาการเหลา? นส้ี ?วนใหญ?จะกลบั คืนส?ูภาวะปกติไดห? ลังจาก
หยุดการใชร? ังสีประมาณ 1-2 สปั ดาห?
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98