Page 92 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 92
86 แนวทางการป?องกันและรกั ษามะเร็งปากมดลูก
sacrum หากไม?สามารถหยุดเลือดได? ให?พิจารณา pack ด?วยผ?า swabs ไว?ในช?องท?อง และอาจปรึกษาทีม
intervention พิจารณาทำ arterial embolization เม่ืออาการและสัญญาณชีพคงที่ (clinically stable) อย?างไร
กด็ ี ควรมีการเตรียมเลอื ดให?เหมาะสมท้งั packed red blood cell, fresh frozen plasma และ platelets เพ่ือ
ทดแทนภาวะเสยี เลือดและแก?ไขภาวะเลอื ดไม?แขง็ ตัวในกรณีเสยี เลอื ดมาก
2. ภาวะภยันตรายต?ออวัยวะข?างเคียง หากเกิดการบาดเจ็บต?อกระเพาะป?สสาวะให?เย็บด?วย delayed
absorbable 2 ชั้นด?วย หากมีการฉีกขาดของหลอดไตให?ใส? ureteric stent และเย็บด?วย Prolene 4-0
ถา? หลอดไตขาดก็พิจารณาทำ uretero-ureterostomy กรณีฉีกขาดใกล?รอยต?อกับกระเพาะป?สสาวะ พิจารณาทำ
uretero-neocystostomy บางรายหลังผ?าตัดอาจเกิดรูร่ัวระหว?างช?องคลอดและหลอดไต (uretero-vaginal
fistula) การรักษาสามารถพิจารณาต้ังแต?การสังเกตอาการจนถึงการผ?าตัดเย็บซ?อมรูรั่ว ใส? ureteric stent หรือ
การผ?าตดั ทำ uretero-neocystostomy ส?วนการบาดเจบ็ ของลำไสเ? ลก็ ลำไส?ใหญ? สามารถเย็บซ?อมหรือตัดต?อลำไส?
ขึน้ กับขนาดของการบาดเจ็บของลำไส? และให?งดน้ำและอาหารทางปากต?ออีก 3-7 วัน หลังผ?าตัดเย็บซ?อม แนะนำ
ให?วางท?อระบายเพือ่ สังเกตการรว่ั ของรอยต?อที่เย็บซ?อม และ พจิ ารณาให?ยาปฏชิ วี นะ
3. ภาวะกระเพาะป?สสาวะทำงานผิดปกติ (bladder dysfunction) พบได?บ?อยท่ีสุด อาจพบถึงร?อยละ 80
มีความสัมพันธ?กับการบาดเจ็บของเส?นประสาทอัตโนมัติในอุ?งเชิงกราน ทำให?การบีบและคลายตัวของกระเพาะ
ป?สสาวะและหลอดไตไม?ดี ทำให?ถ?ายป?สสาวะลำบาก มีป?สสาวะค?างมาก กล้ันป?สสาวะไม?ได? การบาดเจ็บน้ี
มักเกิดในช?วงที่กำลังตัด parametrium หลังผ?าตัดอาจต?องคาสายสวนป?สสาวะนาน ประมาณ 7 วัน หรือทำ
suprapubic catheterization หลังจากนั้นทำการฝ?กถ?ายป?สสาวะ (bladder training) โดยการหนีบสายสวน
ขณะป?สสาวะเอง และคลายเพ่ือวัด residual urine ควรเหลอื ค?างน?อยกวา? 50-70 มิลลิลิตร หากมากกว?านั้นอาจ
ใสส? ายสวนต?อหรือฝ?กสวนป?สสาวะด?วยตวั เอง (self-catheterization) เป?นครงั้ คราวต?อที่บา? น หากไม?มีการตดิ เช้ือ
ของทางเดนิ ป?สสาวะ ให?ฝ?กจนกระท่ังมี residual urine เหลือค?างน?อยกวา? 50-70 มิลลิลิตร ในรายท่ีป?สสาวะเอง
ไม?ได?เลย คงต?องใช?การสวนป?สสาวะตามเวลาที่กำหนด ในป?จจุบันมีการทำผ?าตัดแบบ nerve-sparing ทำให?เกิด
ภาวะนล้ี ดลง
4. ภาวะหลอดน้ำเหลืองอุดตันสะสมเป?นถุงน้ำบริเวณอุ?งเชิงกรานหรือขา (lymphocyst or lymphocele)
เกิดจากมีการบาดเจ็บของท?อน้ำเหลืองในอุ?งเชิงกรานทำให?เกิดการร่ัวและสะสมเป?นถุงน้ำ เรียกว?า lymphocyst
ถ?าพบภาวะนี้สามารถใช?เข็มเจาะดูดออกได? หากมีขนาดใหญ? มีการกดทับหรือมีการอักเสบติดเชื้อก็พิจารณาให?
ยาปฏิชีวนะ ถ?าเป?นซ้ำ ไม?หายและทำให?มีอาการปวดลึก ๆ อาจพิจารณาผ?าตัด เป?ดระบายและตัดถุงหรือ
lymphocyst ออก ส?วนภาวะบวมน้ำเหลืองของขาจากการอุดตันของท?อน้ำเหลือง (lymphedema) ทำให?มีการ
คง่ั ของน้ำเหลืองในเน้อื เยื่อของขา อาจพบข?างเดียวหรอื สองข?างก็ได? หลังผ?าตัดควรให? ผ?ูป?วยเคลอื่ นไหวและหากมี
ขาบวมจากภาวะนใี้ ห?ทำการนวดขาและบีบไล?นำ้ เหลือง (compression and tourniquet techniques) อาจต?อง
ใชเ? วลานานในการรกั ษา การใสส? ายทอ? ระบายนำ้ เหลอื งหลังเยื่อบุช?องท?อง หลังผ?าตดั ไม?ช?วยปอ? งกนั การเกิดภาวะนี้
อย?างไรก็ดีต?องแยกการวินิจฉัยให?ได?ว?าเป?นภาวะแทรกซ?อนจากการรักษาหรือจากมะเร็งแพร?กระจายมาท่ีต?อม
นำ้ เหลืองบรเิ วณนี้

