Page 120 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 120

114 แนวทางการปอ? งกนั และรกั ษามะเรง็ ปากมดลูก

     การรักษาผ?ูป?วยท่ีมภี าวะเลอื ดออกทางช?องคลอดอยา? งรุนแรงจากมะเร็งปากมดลกู ด?วยรังสีรกั ษา

      อาการเลอื ดออกผดิ ปกตทิ างช?องคลอด (abnormal vaginal bleeding) มกั เป?นอาการเริม่ ต?นที่นำผ?ปู ?วยมาพบ
แพทย?ในกลม?ุ ผูป? ?วยที่ได?รับการวนิ ิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลกู โดยมีสาเหตุจากรอยโรคมกี ารลกุ ลามของเซลล?มะเร็งเข?าไป
ยงั ระบบหลอดเลือด หรอื มกี ารสร?างหลอดเลือดใหมซ? ่งึ เปน? หลอดเลือดฝอยท่ีมาเล้ยี งก?อนมะเร็ง (neovascularization)
เมื่อมีส่ิงกระต?ุนเพียงเล็กน?อยก็สามารถก?อให?เกิดอาการเลือดออกผิดปกติทางช?องคลอดปริมาณมากได? โดยพบว?า
อาการเลือดออกผิดปกติทางช?องคลอดนั้นมีความสัมพันธ?กับขนาดของก?อนมะเร็ง จึงมักพบอาการดังกล?าวในระยะ
ลกุ ลามมากกวา? ระยะเร่มิ ตน? นั่นเอง

      ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช?องคลอดปริมาณมากหรือเลือดออกต?อเน่ืองตลอดเวลา อาจทำให?เกิดการ
เปล่ียนแปลงของสัญญาณชีพไม?คงท่ี เริ่มมีอาการของภาวะซีดหรือทำให?ระดับฮีโมโกลบินในเลือดต่ำกว?า 10 กรัม
ต?อเดซิลิตร แม?ว?าภาวะเลือดออกทางช?องคลอดอย?างรุนแรงจากมะเร็งปากมดลูกจะพบอุบัติการณ?ไม?มาก ประมาณ
ร?อยละ 2 ของผ?ูป?วยมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด(1) แต?อาจนำไปส?ูภาวะช็อกที่เกิดจากการเสียเลือด (Hypovolemic
shock) และเป?นภาวะที่เส่ียงต?อการเสียชีวิตได? แพทย?จึงมีความจำเป?นที่จะต?องประเมินผู?ป?วยแต?ละรายเพื่อให?การ
รกั ษาอยา? งเรง? ด?วน

การวินจิ ฉัย
      1. การซักประวัติอาการของภาวะซีด หน?ามืด ใจส่ัน ประเมินปริมาณเลือดท่ีผ?ูป?วยเสียไปจากการมีเลือดออก

ผิดปกติทางช?องคลอดอย?างต?อเนื่อง ลักษณะเป?นเลือดสด มีล่ิมเลือดปน ต?องใช?ผ?าอนามัยวันละหลายผืนหรือต?องใช?
ผ?าอ?อมสำเร็จรูป และซักประวัติอ่ืน ๆ เช?นประวัติประจำเดือน เพศสัมพันธ? การตรวจรักษาโรคนรีเวช ประวัติโรค
ประจำตัว เช?น โรคหลอดเลือดและการใช?ยาละลายลิ่มเลือด ประวัติเลือดออกง?ายหยุดยาก หรือประวัติครอบครัว
มภี าวะเลือดออกผดิ ปกติ เพื่อวินิจฉยั แยกโรคกบั อาการจากโรคระบบเลือดแขง็ ตัวผิดปกติอน่ื ๆ หรือการใช?ยารกั ษาโรค
ตา? ง ๆ ทีม่ ผี ลตอ? ระบบแข็งตัวของเลือด

      2. การตรวจร?างกายท่ีสำคญั ที่สุดคอื การประเมนิ สญั ญาณชพี ของผู?ปว? ย ภาวะความดันต่ำ ชีพจรเต?นเรว็ ภาวะ
ช็อกหรอื ขาดนำ้ รุนแรงจากการเสียเลอื ด เพ่ือใหก? ารรักษาเปน? ภาวะฉุกเฉินเรง? ด?วน หากไมไ? ด?รบั การรักษาทันท?วงที อาจ
มีผลถงึ แก?ชีวิตได?

      3. การตรวจร?างกายอ่ืน ๆ โดยเฉพาะอย?างย่ิงการตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุของเลือดออก ประเมินปริมาณ
เลือดที่ยังออกอย?างต?อเนื่อง และลักษณะของเลือดท่ีออก โดยแยกระหว?างเลือดซึมออกจากหลอดเลือดฝอยใหม?ท่ีมา
เลี้ยงก?อนมะเร็งเปราะแตกงา? ย หรือเลือดออกเปน? จังหวะตามชีพจรเต?น (Pulsatile bleeding) อาจมาจากการบาดเจ็บ
ของผนังเสน? เลอื ดแดงใหญใ? นอ?ุงเชิงกรานจากก?อนมะเรง็ ลุกลาม ซึง่ นำไปส?กู ารรกั ษาเฉพาะตามสาเหตุท่ีแตกต?างกัน

      4. การตรวจทางห?องปฏิบัติการท่ีสำคัญ ได?แก? การตรวจความสมบูรณ?ของเม็ดเลือด (complete blood
count; CBC) โดยเฉพาะค?า hemoglobin และ hematocrit เพ่ือประเมินการเสียเลือด การตรวจการทำงานของไต
(blood urea nitrogen; BUN, serum creatinine) เพอื่ ประเมินภาวะขาดสารนำ้ จากการเสยี เลอื ดมาก หรอื อาจรุนแรง
ถงึ ขน้ั มีภาวะช็อก ไตวายเฉียบพลันจากการที่มีเลอื ดมาเลี้ยงไตน?อยลง และการตรวจทางห?องปฏิบัตกิ ารอน่ื ๆ เช?น การ
   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125