Page 10 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 10
4 แนวทางการป?องกนั และรกั ษามะเรง็ ปากมดลูก
กลมุ? ประชากรทเี่ หมาะสมกับการฉีดวัคซีนเอชพีวี
1. กลุ?มที่น?าจะมีประโยชน?สูงสุดจากการฉีดวัคซีนเอชพีวี คือ ผ?ูท่ียังไม?เคยมีเพศสัมพันธ?หรือยังไม?เคย
ติดเช้อื มากอ? น กล?ุมเป?าหมายที่แนะนำให?ฉีดวคั ซีน ได?แก? เด็กหญิง (วัคซนี ชนิด 2, 4 หรือ 9 สายพันธ?ุ) และเด็กชาย
(วคั ซนี ชนิด 4 หรือ 9 สายพันธุ)? ทีอ่ ายุ 11-12 ป? และหากไมไ? ดร? ับวัคซีนในช?วงอายุดังกล?าว ใหฉ? ีดในชว? งอายุ 13-26 ป?
(catch-up period)(12) การให?วัคซีนในเด็กชายด?วย (gender neutral vaccination) มีจุดประสงค? 2 ประการ คือ
กระตุ?นให?เด็กชายมีแอนติบอดีต?อเช้อื เอชพีวีดว? ย และการฉีดวัคซีนใหค? รอบคลมุ ประชากรของประเทศมากขึ้นจะทำ
ให?ผ?ูท่ีไม?มีแอนติบอดีหรือไม?เคยได?รับวัคซีนมาก?อนได?รับการป?องกันการติดเช้ือเอชพีวีไปด?วย ที่เรียกว?า
“herd immunity”(13) สตรีที่ได?รับการฉีดวัคซีนครบแล?วยังคงต?องรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตาม
คำแนะนำของการตรวจคดั กรองเชน? เดียวกบั สตรที ัว่ ไป
2. การฉีดวคั ซีนในสตรแี ละบรุ ษุ อายุ 27-45 ป? ให?พิจารณาฉดี วัคซนี เปน? ราย ๆ ไป ผู?ทต่ี อ? งการฉีดวัคซนี
ควรได?รบั คำอธบิ ายถึงประโยชนท? ่ีจะได?รบั และอาจไม?เทียบเท?ากบั การฉีดในชว? งอายุ 9-26 ป?
3. สตรีที่เคยเป?น หรือกำลังมีหูดหงอนไก? หรือรอยโรคก?อนมะเร็งปากมดลูก หรือมีผลตรวจคัดกรอง
ทางเซลล?วิทยาปากมดลูกผิดปกติ หรือตรวจพบเชื้อเอชพีวีกลุ?มความเส่ียงสูง ยังคงแนะนำให?ฉีดวัคซีนเอชพีวี
เช?นเดียวกับสตรีท่ัวไป เน่ืองจากเซลล?ผิดปกติก็อาจจะไม?ได?เกิดจากเช้ือเอชพีวีสายพันธ?ุท่ีบรรจุในวัคซีน การฉีด
วัคซีนจะช?วยปอ? งกันการติดเช้ือเอชพีวีสายพันธุ?ท่ีมีในวัคซีนและยังได?ประโยชน?จากการลดความเสย่ี งจากการเป?น
หูดหงอนไก?และรอยโรคก?อนมะเร็งซ้ำอีก ถึงแม?ว?าจะฉีดวัคซีนแล?ว ก็ยังต?องมารับการตรวจติดตาม ตามแนวทาง
มาตรฐานต?อไป การฉีดวัคซีนไม?สามารถใช?รักษาหรือเร?งให?มีการกำจัดเชื้อเอชพีวีได?เร็วข้ึน หรือทำให?รอยโรค
หายไปได?เร็วขึ้น
4. สตรที ่ีมีเพศสัมพันธ?แล?วสามารถฉีดวัคซีนนี้ได? โดยไม?มีความจำเป?นต?องตรวจคัดกรองมะเรง็ ปาก
มดลูกหรือตรวจหาเช้ือเอชพีวกี ลุม? เสี่ยงสูงก?อนเรมิ่ ฉีดวัคซนี เน่ืองจากเชื้อเอชพีวีท่ีตรวจพบอาจเป?นการตดิ เชื้อ
แบบช่ัวคราว (transient infection) ไม?ได?เป?นการติดเชื้อแบบฝ?งแน?น (persistent infection) ท่ีจะก?อให?เกิด
รอยโรคภายในเยื่อบุปากมดลูก การตรวจไม?พบเช้ือเอชพีวีก็ไม?ได?แสดงวา? ไม?มีเช้ือท่ีปากมดลูก แต?อาจจะมีเช้ือ
อยู?ในปริมาณท่ีต่ำกว?าเกณฑ?ตรวจ (threshold) ท่ีชุดทดสอบน้ันใช?ตรวจก็ได? ในกรณีที่ตรวจคัดกรองพบเซลล?
ปากมดลูกผิดปกติก็อาจจะไมไ? ดเ? กดิ จากเชื้อเอชพีวีสายพันธ?ุท่ีบรรจุอย?ูในวคั ซีนก็ได? ประโยชน?ท่ีได?รับจะลดลงถ?าติด
เชอ้ื เอชพวี สี ายพันธ?ทุ ่มี ใี นวคั ซีนแลว?
วัคซีนเอชพีวีจัดกล?ุมความปลอดภัยต?อทารกในครรภ?ในระดับบี (Pregnancy category B)
ป?จจุบันยังไม?มีข?อมูลยืนยันว?า การฉีดวัคซีนมีผลเสียต?อภาวะเจริญพันธุ? การตั้งครรภ? (เช?น การแท?งหรือการ
คลอดกอ? นกำหนด) หรือผลต?อทารก (เช?น ทารกพกิ ารหรือตัวเล็ก) แต?อย?างใด อย?างไรก็ตามองคก? ารอาหารและ
ยาแห?งสหรัฐอเมริกาแนะนำว?า ในช?วงท่ีฉีดวัคซีน ไม?ควรต้ังครรภ? ควรคุมกำเนิด อย?างน?อย 6 เดือน และสตรี
ตั้งครรภ?ไม?ควรรับการฉีดวัคซีน แต?ถ?าเร่ิมฉีดไปแล?ว ให?หยุดฉีดวัคซีนเข็มท่ีเหลือ แต?ไม?จำเป?นต?องยุติการ
ตั้งครรภ?หรือทำแท?ง และให?กลับมาฉีดต?อหลังคลอดจนครบ 3 เข็ม สตรีท่ีให?นมบุตรสามารถฉีดวัคซีนได?
เนื่องจากวคั ซนี เป?น subunit vaccine ไมใ? ช? live vaccine ไมม? ีผลกระทบหรือผลเสยี ต?อทารกท่ดี ดู นมมารดา

