Page 16 - หนังสือ สารก่อมะเร็งที่พบในชีวิตประจำวัน
P. 16
สารกอ่ มะเรง็ ท่ีพบในชวี ติ ประจาวนั 12
8. สารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxins)
สารอะฟลาทอกซินถูกสร้างจากเชื้อราในตระกูล Aspergillus ได้แก่ Aspergillus flavus และ
Aspergillus parasiticus โดยมักพบในผลผลิตทางการเกษตรท่ีเก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง เช่น
ขา้ วโพด ถัว่ ลิสง พรกิ ไทย พริกปน่ กระเทยี ม หอมแดง และเมลด็ ธัญพืชตา่ งๆ เปน็ ต้น
โดยสารอะฟลาทอกซินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นพบว่ามีประมาณ 14 ชนิด ซึ่งมี 4 ชนิดที่มี
ความสำคญั และเป็นอนั ตรายตอ่ มนษุ ย์และสัตว์ ได้แก่ B1 B2 G1 และ G2 ทัง้ นีย้ งั มีสารอะฟลาทอกซนิ ชนิด M1
(AFM1) ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของสารอะฟลาทอกซิน ชนิด B1 (AFB1) ซึ่งจะพบการปนเปื้อน
สารชนิดน้ใี นนำ้ นมของสตั วท์ ีไ่ ดร้ บั สารอะฟลาทอกซนิ ในปรมิ าณสงู จากอาหารทสี่ ัตวก์ นิ เขา้ ไป(30)
ผลกระทบจากการได้รับสารอะฟลาทอกซนิ
สารอะฟลาทอกซินจัดเป็นสารพิษที่อันตรายทั้งในมนุษย์และสัตว์ การรับประทานอาหารที่มีสารพิษ
ปนเปื้อนในปริมาณมากอาจทำให้เกิดความเป็นพิษแบบเฉียบพลัน (aflatoxicosis) เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนมี
ภาวะดีซ่าน จนอาจเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันเป็นอันตรายต่อชีวิต อย่างไรก็ตาม การที่ร่างกายได้รับสารพิษใน
ปริมาณนอ้ ยๆแต่เป็นระยะเวลานานอาจสง่ ผลกระทบต่อระบบอวัยวะอื่นๆ ในรา่ งกาย ไดแ้ ก่ ระบบทางเดินอาหาร
ระบบหัวใจ ระบบไต โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อระบบของตับทำใหเ้ กิดการอกั เสบของตับเร้ือรงั เกิดภาวะตับแขง็
และอาจพัฒนาไปสู่การเกิดมะเร็งตับในเวลาต่อมา นอกจากนี้การปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซินสามารถพบได้จาก
น้ำนมวัว (สารอะฟลาทอกซิน ชนิด M1) ซึ่งหากเด็กมีการบริโภคและได้รับสารพิษเข้าไปเป็นระยะเวลานาน
อาจส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการเจริญเติบโตช้าได้ ทั้งนี้ความรุนแรงของอาการเมื่อได้รับสารพิษนั้นจะขึ้นอยู่กับ
ปรมิ าณสารพษิ ทีไ่ ด้รับเข้าไป รวมไปถึงอายุและความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายในแต่ละบคุ คล
ความสัมพนั ธ์กบั โรคมะเร็ง
องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้สารอะฟลาทอกซิน ชนิด B1 B2 G1 G2 และ M1 เป็นสารก่อมะเร็ง
ในมนุษย์(3) โดยสารอะฟลาทอกซิน ชนิด B1 (AFB1) พบว่าเป็นสารพิษที่ชนิดรุนแรงที่สุด สารพิษเหล่านี้ถือว่าเป็น
genotoxic คือ มีความเป็นพิษต่อสารทางพันธุกรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอจนทำให้เซลล์มีความ
ผิดปกติ จากการศึกษาวิจัยต่างๆได้แสดงให้เห็นว่าการที่ร่างกายได้รับสารอะฟลาทอกซินจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด
มะเร็งตับ ในขณะน้ีไม่เพียงแต่สารอะฟลาทอกซินที่พบว่าเป็นอันตรายต่อมนุษย์และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
เทา่ นน้ั แตย่ ังมงี านวจิ ยั ท่ีมีการศึกษาหาความสัมพันธก์ ารเกิดมะเรง็ กบั สารพษิ อ่นื ๆท่ีเกิดจากเช้อื ราอีกด้วย(31)
เรามวี ธิ ีหลกี เล่ยี งจากการไดร้ ับสารพิษไดอ้ ย่างไร
การปนเปื้อนของสารอะฟลาทอกซินที่มาจากเชื้อรานั้นมีโอกาสพบได้ในผลิตผลทางการเกษตรแทบ
ทุกชนิดทั้งในอาหารของมนุษย์และอาหารของสัตว์ หากเก็บรักษาวัตถุดิบเหล่านี้ไม่เหมาะสมอาจทำให้เชื้อรา
เจริญเติบโตได้ ซึ่งสารอะฟลาทอกซนิ สามารถทนความร้อนได้ดีและไม่สามารถทำลายได้จากความร้อนในการหุงต้ม
อาหารทั่วไป ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ เลือกซื้ออาหารหรือวัตถุดิบที่สดใหม่และอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด เก็บรักษา
วัตถุดิบไว้ให้แห้งในที่ไม่อับชื้นและซื้อในปริมาณที่พอเหมาะ เมื่อเจอเชื้อราในวัตถุดิบของแห้งให้ทิ้งทันที ไม่ควร
นำมาลา้ งหรือตัดทง้ิ บางส่วนแล้วนำมารับประทานตอ่ เพราะเชอื้ ราอาจเจรญิ เติบโตในส่วนทเ่ี รามองไม่เห็นได้

