Page 17 - หนังสือ สารก่อมะเร็งที่พบในชีวิตประจำวัน
P. 17

สารก่อมะเรง็ ท่พี บในชวี ิตประจาวนั 13

9. สารเบนโซ (เอ) ไพรนี
      สารเบนโซ(เอ)ไพรีน (benzo[a]pyrene) เป็นสารก่อมะเร็งที่จัดอยู่ในกลุ่มของโพลีซัยคลิก อโรมาติก

ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon, PAH) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารอินทรีย์
จึงทำให้เกิดสารในกลุ่ม PAHs ที่เป็นสารพิษและสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด ทั้งจากอุตสาหกรรมที่ผลิตหรือ
ใช้น้ำมันดิน การเผาถ่าน ควันไฟป่า ควันบุหรี่ ควันธูป ไอเสียรถยนต์ รวมทั้งอาหารที่ผ่านการให้ความร้อนสูง
ได้แก่ การปิ้ง ย่าง เผา โดยสารกลุ่ม PAHs จะพบได้ทั้งในส่วนอาหารที่ไหม้เกรียมและในอาหารที่ผ่านการรมควัน
เชน่ ไส้กรอก แฮม เบคอน กส็ ามารถพบสารพิษเหล่าน้ีปนเปื้อนในอาหารไดเ้ ช่นกนั (32)

      เรามกั ได้รับสารพิษจากทางใดไดบ้ า้ ง
      สารในกลุ่ม PAHs เปน็ สารทล่ี ะลายได้ดใี นไขมนั ซึง่ สามารถดูดซึมเขา้ สู่ร่างกายได้ท้ังในมนษุ ย์และสัตว์
ผ่านทางระบบการหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และทางผิวหนงั ได้ สว่ นใหญ่เรามักไดร้ บั สารพิษเหล่านท้ี างการ
หายใจ โดยจะเกาะมากับฝุ่นอนุภาคเล็กๆในเขม่าควัน สามารถเข้าไปลึกโดยเฉพาะในควันบุหรี่และอากาศที่
เต็มไปด้วยมลพิษจากฝุ่นควันต่างๆ รวมถึงการสูดดมควันที่เกิดจากการทำอาหารประเภทย่างหรือเผา และ
พฤตกิ รรมการบริโภคอาหารประเภทปิ้งย่างทมี่ ีแนวโนม้ เพมิ่ สูงข้ึนในปจั จบุ นั
      กระบวนการสำคัญที่ทำใหเ้ กดิ การกอ่ มะเรง็
      ปัจจุบันองค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้สารในกลุ่ม PAHs เป็นสารก่อมะเร็งมากกว่า
20 ชนิด (กลุ่ม 2A และ กลุ่ม 2B) ซึ่งมีการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองและในระดับเซลล์พบว่ามีความสัมพันธ์ตอ่
การเกิดโรคมะเร็ง สำหรับสารเบนโซ(เอ)ไพรีนได้ถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็ง (กลุ่ม 1) เนื่องจากพบว่าใน
กระบวนการเมแทบอลิซึมทำให้เกิดสารอนุพันธ์ diolepoxides ซ่ึงมฤี ทธ์ติ อ่ การกลายพันธข์ุ องยนี (mutagenic)
โดยสามารถเข้าจับกบั ดเี อน็ เอทำให้เซลลม์ ีการแปลรหัสพนั ธุกรรมทผี่ ดิ ปกติจนอาจเกิดการกลายพันธุไ์ ด้(33)
      ความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง
      สารเมแทบอไลท์หรืออนุพันธ์ของสารเบนโซ(เอ)ไพรีนมีความเป็นพิษต่อเซลล์และเกิดการกลายพันธุ์
ของยีนมากกว่าสารในกลุ่ม PAHs ชนิดอื่น ซึ่งจากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองหลายชนิดพบว่าการสัมผัสหรือ
ได้รบั สารเบนโซ(เอ)ไพรีนเป็นเวลานานเพมิ่ ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนงั มะเรง็ ลำไส้
มะเร็งต่อมน้ำนม ในขณะที่การศึกษาทางระบาดวิทยาที่แสดงผลกระทบต่อสุขภาพในมนุษย์ของสารชนิดใดชนดิ
หนึ่งนั้นมักทำได้ยาก เนื่องจากการสัมผัสส่วนมากเกิดจากส่วนผสมของสารกลุ่ม PAHs หลายชนิด โดยมีข้อมูล
การศึกษาในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ พบอุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งปอด ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และ
กระเพาะปสั สาวะ แต่อาจเกดิ จากการสัมผสั รวมกับสารในกลมุ่ อนื่ ท่ไี ม่ใช่สารกล่มุ PAHs เพียงอย่างเดียว(34)
      เรามวี ธิ ีหลกี เลีย่ งจากการไดร้ บั สารพิษได้อยา่ งไร
      สารกลุ่ม PAHs จะถกู เมแทบอไลท์ทีต่ บั และไต ซงึ่ จะถูกกำจดั ออกจากรา่ งกายผ่านทางอจุ จาระและมบี างส่วน
ที่ถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ แต่การได้รับปริมาณสารพิษเป็นระยะเวลานานก็ส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้น ควร
หลกี เล่ยี งการสูดดมควันต่างๆ หรอื ควรใสห่ น้ากากปอ้ งกันหรือหาผ้าปิดจมูกไวใ้ นสถานการณ์ทห่ี ลีกเล่ยี งไม่ได้ รวมทั้ง
ลดการรับประทานอาหารประเภทปิ้งยา่ งและอาหารประเภทรมควัน ซงึ่ อาจชว่ ยลดการได้รบั สารพิษในกลุ่มน้ไี ด้
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22