Page 13 - หนังสือ สารก่อมะเร็งที่พบในชีวิตประจำวัน
P. 13

สารกอ่ มะเรง็ ท่พี บในชีวิตประจาวนั 9

5. การติดเชอ้ื ไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis virus)
      การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบถือเป็นปัญหาสำคัญและเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การเกิดโรคมะเร็ง

โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบชนิดบี (Hepatitis B virus, HBV) และไวรัสตับอักเสบชนิดซี (Hepatitis C virus,
HCV) หากมีการติดเชื้อไวรัสสองชนิดนี้เป็นระยะเวลานานอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง
และนำไปสู่การเกิดมะเร็งตับในที่สุด ซึ่งปัจจุบันจากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลกรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อ
ไวรัสตับอกั เสบชนดิ บแี ละไวรัสตับอักเสบชนดิ ซีท่ัวโลกประมาณ 354 ลา้ นคน(18) สำหรบั ประชากรไทยคาดว่ามี
จำนวนผู้ที่ติดเช้ือไวรสั ตับอักเสบชนดิ บแี ละไวรัสตับอักเสบชนิดซีรวมประมาณ 3 ล้านคน(19)

      ไวรสั ตบั อกั เสบชนดิ บี (HBV)
      การติดเชอื้ ไวรสั ตับอกั เสบบีมักเปน็ การตดิ เช้ือมาตัง้ แตใ่ นวัยเดก็ และเร่มิ แสดงอาการตบั อักเสบในตอน
เป็นผู้ใหญ่ โดยผู้ที่ติดเชื้อบางรายอาจมีอาการของภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เจ็บใต้
ชายโครงขวา มีไข้ต่ำ ตาเหลือง ตัวเหลือง ซึ่งหากผู้ติดเชื้อบางรายมีภาวะภูมิต้านทานต่ำอาจเกิดภาวะตับ
อักเสบเรื้อรังและมีพังผืดเกิดขึ้นจนนำไปสู่ภาวะตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งตับในเวลาต่อมา(20) นอกจากนี้ผู้ที่
ตดิ เชอ้ื ไวรัสตับอกั เสบบีร่วมกบั มพี ฤติกรรมการดม่ื สรุ าจะเพม่ิ ความเสีย่ งต่อการเกดิ มะเรง็ ตบั มากข้นึ
      ไวรสั ตับอักเสบชนิดซี (HCV)
      ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมักจะมีภาวะตับอักเสบเรื้อรังโดยไม่แสดงอาการ ทำให้บางรายเกิดพังผืดในตับ
มากหรืออาจเกิดภาวะตับแข็งและนำไปสู่การเกิดมะเร็งตับในระยะเวลาต่อมา ซึ่งการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีร่วมกับ
มีพฤติกรรมการด่ืมสรุ าหรอื มีการตดิ เชอื้ ไวรสั ตับอักเสบบีรว่ มด้วยจะทำให้เพิ่มการเกิดภาวะตบั แข็งเร็วข้นึ (21)
      เรามโี อกาสตดิ เชื้อไวรสั ตบั อักเสบได้จากทางใด
      การติดเช้ือไวรัสตบั อักเสบสามารถตดิ ตอ่ ได้ผ่านทางเลือดหรอื สารคดั หลง่ั ตา่ งๆในร่างกาย โดยเด็กแรก
เกิดสามารถติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้จากแม่สู่ลูก การติดเชื้อจากการใช้ของมีคมร่วมกันกับผู้ที่ติดเชื้อ ได้แก่
กรรไกรตัดเลบ็ มดี โกน การเจาะ สกั และการใชเ้ ขม็ ฉีดยาในผใู้ ชส้ ารเสพติด เป็นต้น การมีเพศสมั พนั ธโ์ ดยไม่ใช้
ถุงยางอนามัย บุคลากรทางการแพทย์อาจเสี่ยงติดเชื้อจากผู้ป่วยเมือ่ ถูกของมีคมในขณะปฏิบตั ิงาน รวมทั้งการ
ได้รับเลือดจากผู้บริจาคท่ีไมไ่ ดท้ ำการตรวจคดั กรองเชือ้ กอ่ นก็มโี อกาสติดเชื้อไดเ้ ชน่ กนั
      ความสมั พันธก์ ับโรคมะเรง็
      การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดมะเร็งตับชนิด hepatocellular
carcinoma (HCC) ซึ่งเกิดจากกระบวนการอักเสบและตาย (necroinflammatory process) ของเซลล์ตับ
จนนำไปสกู่ ารเกิดภาวะตับแข็งและกลายเป็นมะเร็ง สำหรบั ไวรสั ตบั อกั เสบบสี าเหตุหนึง่ อาจเกิดจากตัวของไวรัสเอง
ท่ที ำให้เกดิ การกลายพนั ธุ์ระดับยีน (gene mutation) ของเซลล์ตบั จนเป็นสาเหตุของการเกิดมะเรง็ ขนึ้ ได(้ 22,23)
      วธิ กี ารปอ้ งกัน
      การฉดี วัคซนี สามารถปอ้ งกนั การตดิ เช้ือไวรสั ตับอักเสบบีได้ ซึ่งสามารถฉีดวคั ซนี ไดต้ งั้ แตท่ ารกแรกเกดิ
โดยจะไปกระตุ้นให้ช่วยสร้างภูมิต้านทานเกิดขึ้นในร่างกาย ทั้งนี้ สำหรับไวรัสตับอักเสบซียังไม่มีวัคซีนท่ีมี
ประสิทธิภาพทส่ี ามารถช่วยปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื ได้ในขณะน้ี
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18