Page 66 - 5590
P. 66
59
ความผิดปกติ หลังได้รับการผ่าตัดและการได้รับยาเคมีบาบัด สาหรับผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ จึงมีความ
เหมาะสมสอดคล้องที่จะนาแนวคิดระบบการพยาบาลแบบสนับสนุนให้ความรู้มาใช้เพื่อส่งเสริม
ความสามารถของผู้ป่วยและครอบครัวในการปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม เน่ืองจากผู้ป่วยมะเร็งรังไข่
ทไ่ี ด้รับการผ่าตัดและได้รับยาเคมีบาบัดเป็นผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถในการเรียนรู้ท่ีจะดูแลตนเองได้
เพยี งแต่ยังตอ้ งอาศัยการสนับสนนุ ชว่ ยเหลือ ควบคุมตดิ ตามจากพยาบาลในการพัฒนาความสามารถ
ในการดูแลตนเองและการคงไวซ้ ง่ึ การปฏบิ ัติตวั ในการดูแลตนเองได้อยา่ งเหมาะสม
บทบำทพยำบำลในกำรสอ่ื สำรเรอ่ื งไมพ่ งึ ประสงคห์ รือแจง้ ขำ่ วร้ำยในผู้ป่วยมะเรง็
การทราบผลวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง นับเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์หรือข่าวร้าย (Unfavorable
information or Bad news) ของทั้งผู้ป่วยและครอบครัว โรคมะเร็งก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานท้ัง
ทางด้านร่างกายและจิตใจผู้ป่วยจากความเจ็บปวด อาการแสดง ผลข้างเคียงจากการรักษารวมท้ังมี
ผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมของผู้ป่วย ทาให้ความสามารถในการทาบทบาทหน้าที่ที่เปล่ียนไป
เม่ือเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยย่อมคาดหวังว่าอาการจะดีข้ึนและหายจากความเจ็บป่วยการได้รับทราบ
เร่ืองไม่พึงประสงค์หรือข่าวร้าย จึงมีผลกระทบกับความรู้สึกและความคาดหวังในอนาคตของผู้ป่วย
และครอบครัวอย่างยิ่ง1โดยท่ัวไปแล้ว การบอกผลวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง และการแจ้งเร่ืองไม่พึง
ประสงค์หรือข่าวร้ายอื่นๆเป็นบทบาทและหน้าท่ีโดยตรงของแพทย์ผู้รักษา รวมถึงการให้ข้อมูลต่างๆ
ทีเ่ ก่ียวข้องกับโรคและการดูแลรักษาการสื่อสารเพ่ือใหข้ ้อมูลดงั กล่าวเก่ียวขอ้ งกับการตัดสินใจที่จะรับ
การรักษาของผู้ป่วย หากการสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพจะทาให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลไม่เหมาะสม อาจมี
ความผิดพลาดของข้อมูล หรือข้อมูลที่ได้รับอาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ป่วย และผู้ให้ข้อมูล
อาจไม่สามารถจัดการกับสภาวะทางอารมณ์ของผู้ป่วยและครอบครัวได้ถูกต้อง ผู้ป่วยและครอบครัว
อาจตกอย่ใู นภาวะวิกฤตหลงั จากได้รับขา่ วรา้ ยทันทีโดยไม่มกี ารเตรียมตัวเตรียมใจมากอ่ น พยาบาลจึง
มีบทบาทสาคัญในการช่วยแปลความหมายข้อมูลท่ีได้รับจากแพทย์ให้ผู้ ป่วยเข้าใจเพราะบ่อยครั้งท่ี
ผู้ป่วยมักไม่เข้าใจความหมายท่ีได้รับว่าคืออะไร เน่ืองจากข้อมูลอาจมีความซับซ้อน มีความยากจาก
การใช้ศพั ท์เฉพาะทางการแพทย์ รวมถึงการประคับประคองสภาพอารมณ์และจิตใจของผู้ปว่ ยต่อการ
เผชญิ กบั ภาวะวิกฤตโดยทนั ที ชว่ ยใหผ้ ู้ป่วยค้นพบทางเลอื กในการตดั สนิ ใจทเี่ หมาะสมกบั ตนเอง19
ฟจู ิโมริและคณะ (Fujimori et al.)20 ทาการสัมภาษณ์เชงิ ลึกในผู้ปว่ ยมะเรง็ เกี่ยวกับการแจ้ง
ขา่ วรา้ ยของแพทย์ ผู้ปว่ ยใหข้ อ้ มลู ว่า ถ้ามีเจ้าหนา้ ที่อ่นื เชน่ พยาบาล อยู่ด้วยระหวา่ งสนทนากบั แพทย์
แลว้ ผ้ปู ว่ ยจะสามารถขอคาปรึกษาในส่งิ ที่แพทย์อธิบายบทบาทของพยาบาลควรเรม่ิ ตัง้ แต่การ
ประเมินสถานการณ์ เตรียมความพร้อมของผปู้ ่วย ครอบครัวและตวั พยาบาลเอง กอ่ นแพทยเ์ ร่ิมการ
สนทนาเรอ่ื งไม่พงึ ประสงค์หรือแจ้งข่าวร้ายกบั ผู้ปว่ ย พยาบาลควรอยรู่ ว่ มในการสนทนา สนับสนนุ
สง่ เสริมการสนทนาระหว่างแพทย์ ผปู้ ว่ ยและครอบครวั ภายหลังรับทราบขอ้ มูลจากแพทย์ พยาบาล
อาจต้องทาความเขา้ ใจ พูดคยุ สือ่ สารเรอื่ งดงั กลา่ วกบั ผปู้ ่วยและครอบครวั อีกครงั้ เม่ือแพทย์ออกจาก

