Page 151 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 151

แนวทางการป?องกนั และรกั ษามะเร็งปากมดลูก  145

      3. Radical hysterectomy และ pelvic lymphadenectomy และ/หรือ para-aortic lymphadenectomy

      Specimen handling / Gross examination / Section for histologySimple hysterectomy
specimen

          1. ชง่ั นำ้ หนกั
          2. วัดขนาดของมดลูก: ความยาว (วัดจากยอดมดลูก (fundus) ถึงขอบปากมดลูก) x ความกว?าง
(วัดจาก cornu ด?านหนง่ึ ถงึ cornu อีกดา? นหน่งึ ) x ความหนา (วัดจากผิวดา? นหน?าถงึ ผวิ ดา? นหลัง)
          3. วดั ความยาวและเส?นผ?าศูนย?กลางของปากมดลกู บรรยายความผิดปกตทิ พ่ี บบรเิ วณปากมดลูก
          4. ตัดปากมดลูกออกจากตัวมดลูกที่ขอบบนของ endocervix และดำเนินการตัดชิ้นเน้ือตามแนว
รศั มีวงกลม (radial) เช?นเดียวกับการตัดช้ินเน้ือจาก conization ในรายที่ทำ conization มาก?อน cervical os
อาจมสี ภาพตีบแคบทำใหย? ากต?อการตดั ชนิ้ เน้ือตามแนวรัศมีวงกลม ใหพ? จิ ารณาวิธีตดั ช้นิ เนอ้ื แบบเดยี วกับช้นิ เน้ือ
จาก conization (รปู ท่ี 2)
          5. ในกรณชี ิ้นเน้อื สด ควรเปด? มดลูกให?เห็นเยื่อบุโพรงมดลูก แล?วแช?มดลูกในนำ้ ยาฟอร?มาลนิ อย?าง
น?อย 3 ชัว่ โมง หรอื จนกวา? จะแขง็ พอตดั เปน? ชิน้ บางๆ ได?
          6. วดั ความหนาของผนังมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลกู หากพบกอ? นเนื้องอกหรือพยาธสิ ภาพอ่ืนให?
บรรยายรายละเอยี ด
          7. จำนวนชนิ้ เน้อื มดลูก (uterine corpus) ทคี่ วรตดั

             7.1 บริเวณที่ปกติอยา? งน?อย 1 ช้ิน จาก anterior wall หรอื posterior wall บริเวณใกล? fundus
                 โดยใหม? ีท้งั เย่ือบุโพรงมดลกู ผนังช้นั กล?ามเน้อื และผวิ ดา? นนอก

             7.2 บริเวณท่ีมีพยาธิสภาพอย?างน?อย 1 ช้ิน หากพยาธิสภาพแตกต?างกัน ควรตัดบริเวณ ดังกล?าว
                 เพ่ิมอกี 1 ชิ้น หรอื มากกว?า

          8. วัดความยาวและเส?นผา? ศูนย?กลางของท?อนำไข? ถา? ไมม? คี วามผิดปกติ ควรเลือกตัดอยา? งน?อย 3 ชิ้น
(proximal, middle, และ distal/fimbria) หากท?อนำไข?มีความผิดปกติ เช?น พังผืด (adhesion) ถุงน้ำ (cyst)
ให?บรรยายไว? และตัดช้ินเน้ือบริเวณน้ันลงตรวจเพ่ิมเติม ในกรณีที่พบรอยโรคจากปากมดลูกกระจายข้ึนส?ู
ตัวมดลกู หรือเย่อื บโุ พรงมดลกู ควรตดั ช้ินเนอื้ ท?อนำไข?มากกวา? 3 ชน้ิ หรือนำทอ? นำไขล? งตรวจทัง้ หมด

          9. วัดขนาดของรังไข? ตามความยาว x ความกวา? ง x ความหนา หากมีความผิดปกตใิ หบ? รรยาย
ลักษณะ ความผิดปกติที่เห็น

          10. จำนวนชิ้นเนอื้ รงั ไขท? ่ตี ดั
             10.1 การตัดช้ินเน้ือจากรังไข?ที่ไม?มีเนื้องอก และมีขนาดไม?โตมากนักควรตัดรังไข?ให?ได?ส?วนของ

cortex, medulla และ hilum อาจตัดแบ?งคร่ึงตามแนวยาว (longitudinal) หรือตัดตามแนวขวาง (cross
sectional) เป?น serial section ที่ขนานกัน หากไม?พบความผิดปกติ เลือกตัด section ที่ผ?านกึ่งกลางของรังไข?
อยา? งนอ? ย 1 ช้นิ
   146   147   148   149   150   151   152