Page 8 - CPG endometrial cancer
P. 8
แนวทางการตรวจคดั กรอง วินจิ ฉัยและรักษาโรคมะเรง็ เยอื่ บโุ พรงมดลกู 53
บทท่ี 2. การตรวจคดั กรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
โดยทวั่ ไปวธิ กี ารที่ใชใ้ นการตรวจคดั กรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมี 3 วธิ ี ไดแ้ ก่
1. การตรวจเซลลว์ ทิ ยาจากปากมดลกู (Cervical cytology)
ไม่เหมาะสมในการใช้ตรวจคัดกรองมะเรง็ เยื่อบุโพรงมดลูก เนื่องจากมีความไว (sensitivity) ในการ
ทำนายเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกทผ่ี ิดปกติหรือมะเร็งเพียง รอ้ ยละ 40-50 โดยความไวอาจสูงข้ึนเป็นร้อยละ 66-87
ในกลุ่มทีม่ ีพยาธิวิทยาชนิด non-endometrioid(1) อยา่ งไรก็ตามการพบเซลล์ผิดปกติชนดิ atypical glandular
cell ทุกชนิดหรอื adenocarcinoma in situ ในสตรีที่อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี หรือสตรีอายุน้อยกวา่
35 ปี ทไี่ มอ่ ยใู่ นระหวา่ งการต้ังครรภท์ ่ีมคี วามเส่ียงของความผดิ ปกติของเย่ือบุโพรงมดลูกจะเปน็ ข้อบ่งชี้ให้ทำ
การตรวจวินจิ ฉยั เพิ่มเตมิ ต่อไป
2. การตรวจคล่ืนความถี่สงู ทางช่องคลอด (transvaginal ultrasonography; TVS)
เป็นการวัดความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrial thickness) ที่อาจสัมพันธ์กับความ
ผิดปกติ อยา่ งไรก็ตาม มขี ้อพึงระวังในการใชค้ วามหนาเป็นเกณฑ์ของการวินจิ ฉัยความผิดปกติ ได้แก่
1) สตรวี ยั กอ่ นหมดระดู
ไม่มีจุดตัด (cut-off point) ของความหนาเยอื่ บุโพรงมดลูก เน่ืองจากมคี วามแตกต่างกนั ตามช่วง
ระยะของรอบระดู อาจพบความหนาไดถ้ งึ 16 มิลลเิ มตร
2) สตรีวยั หมดระดทู ไ่ี ม่มีเลอื ดออกผดิ ปกตทิ างช่องคลอดและไม่ได้ใช้ฮอรโ์ มน
ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกในสตรีวัยหมดระดูมักใช้เกณฑ์ความหนา 3-5 มิลลิเมตรเป็น
จุดตัดว่าอาจมีความผิดปกติ (ดังจะกล่าวรายละเอียดในส่วนข้อบ่งชี้ของการตรวจวินิจฉัย หน้าที่ 7)
ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกมากกว่า 11 มิลลิเมตร จะมีความเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและ
เย่ือบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกตชิ นดิ ที่มี atypia ประมาณ 2.6 เทา่ (2)
3) สตรีทีเ่ ป็นมะเรง็ เตา้ นมและรับประทาน tamoxifen
การใช้ tamoxifen เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ 2.5 เท่า โดยมีรายงานพบว่า
ร้อยละ 40 ของสตรีวัยหมดระดูที่ได้รับ tamoxifen จะมีเยื่อบุโพรงมดลูกหนามากกว่า 5 มิลลิเมตร
อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ค่าจุดตัดท่ีมากกว่า 10 มิลลิเมตร ในสตรีกลุ่มนี้ท่ีไมม่ ีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
ก็พบว่า มีผลบวกลวงสูงมาก เนื่องจากการใช้ยา tamoxifen อาจจะทำให้ชั้นสโตรมาของเยื่อบุโพรงมดลูก
หนาตัวขึ้น (subepithelial stromal hypertrophy)(3) ทำให้สตรีส่วนใหญ่ได้รับการทำ endometrial
biopsy โดยไม่จำเป็นและร้อยละ 75 พบผลพยาธิวิทยาเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อ (atrophic
endometrium)(4)

