Page 34 - CPG endometrial cancer
P. 34

แนวทางการตรวจคดั กรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเรง็ เยือ่ บุโพรงมดลูก                                                    3219

    โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยทางพยาธิวิทยาอื่น ๆ จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาการรักษาเสริมในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่ำระยะ
   ที่ I, II ที่มี POLE mutation เช่นกัน(10-16) สำหรับผู้ป่วยระยะที่ III ที่มี POLE mutation นั้นยังไม่มีข้อมูล
   ถึงความปลอดภัยในการไม่ให้การรักษาเพิ่มเติม มีเพียงการศึกษา PORTEC-3 ที่กล่าวถึงผู้ป่วยว่าได้
   ผลการรกั ษาท่ีดีมากหลงั ได้รบั การฉายรังสบี รเิ วณชอ่ งเชิงกรานเป็นการรักษาเสริม(17)

   มะเรง็ มดลกู กลุ่มเสยี่ งปานกลาง (Intermediate risk)
          มีการศึกษาพบว่า การฉายรังสีบริเวณช่องเชิงกรานเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงปานกลาง

   ช่วยเพิม่ อตั ราการควบคุมโรคในบริเวณช่องเชิงกรานและบรเิ วณช่องคลอดได้อยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่โดย
   ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวพบว่ามักจะเกิดการกลับเป็นซ้ำบริเวณช่องคลอดมากที่สุด(7-9) ร่วมกับหลาย
   การศึกษาในเวลาต่อมาพบว่าการใส่แร่ทางช่องคลอดเพียงอย่างเดียวช่วยลดอัตราการกลับเป็นซ้ำบริเวณ
   ช่องคลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าการฉายรงั สีบรเิ วณช่องเชิงกราน โดยอัตราการ
   เพิ่มขึ้นของการรอดชีวิตไม่แตกต่างกัน จึงพิจารณาให้การรักษาเสริมด้วยการใส่แร่ทางช่องคลอดเพียงอย่าง
   เดียวในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงปานกลาง(10-11,18) และอาจพิจารณาไม่ให้การรักษาเสริมในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 60 ปี
   ซึ่งมีอัตราการกลับเป็นซ้ำต่ำ(19) สำหรับในกลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะทางพยาธิเป็นแบบ non-endometrioid
   และ/หรอื TP53 mutation ท่ไี มม่ ี MI รวมถึงเซลล์มะเรง็ ทเ่ี กดิ ข้ึนในตง่ิ เนือ้ โพรงมดลกู (Endometrial polyp)
   มีการศึกษาพบว่าการใส่แร่ทางช่องคลอดเพียงอย่างเดียวตามหลังการผ่าตดั มีอัตราการกลับเป็นซ้ำต่ำทั้งการ
   กลับเป็นซ้ำทีบ่ ริเวณช่องคลอด และบริเวณองุ้ เชงิ กรานทั้งยงั มีอัตราการรอดชีวติ สงู แมจ้ ะได้หรือไม่ได้รับยาเคมี
   บำบัดร่วมด้วยก็ตาม จึงอาจพิจารณาใส่แร่ทางช่องคลอดเพียงอย่างเดียวหรือไม่ให้การรักษาเสริมทั้งนี้ให้
   พิจารณาปัจจัยเสีย่ งเป็นราย ๆ ในแต่ละบุคคล(20)

   มะเร็งมดลกู กลุ่มเสี่ยงปานกลางแบบสงู (High intermediate risk)
          ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงปานกลางแบบสูง หากได้รับการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองครบถ้วนและไม่มีลักษณะ

   ลุกลามเข้าหลอดเลือดหลอดนำ้ เหลือง (LVSI negative) อาจพิจารณาให้การใส่แร่ทางช่องคลอดเป็นการรักษา
   เสริม แต่หากพบลักษณะลุกลามเข้าหลอดเลือดหลอดน้ำเหลืองแบบ Substantial LVSI และ/หรือมีลักษณะ
   ทางพยาธิวิทยาจัดเป็นระยะที่ II ให้พิจารณาการรักษาเสริมเป็นการฉายรังสีบริเวณช่องเชิงกรานเนื่องจาก
   สามารถลดอัตราการกลับเป็นซ้ำทั้งบริเวณช่องคลอดและต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกราน (Locoregional
   relapse) แม้จะไมไ่ ดม้ ผี ลเพมิ่ อตั ราการรอดชีวติ (7-8,18,21-24)

          นอกจากนี้อาจพิจารณาให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วยเป็นรายบุคคล กรณีพบลักษณะทางพยาธิวิทยาเป็น
   Grade III และ/หรอื substantial LVSI เพอ่ื ลดความเสยี่ งในการกลบั เป็นซ้ำของโรคท่ีบริเวณต่อมน้ำเหลืองใน
   อุ้งเชิงกราน (Pelvic node) และต่อมน้ำเหลืองรอบหลอดเลือดเอออร์ตา (Para-aortic node)(22-23) ทั้งนี้
   มีการศกึ ษาพบวา่ ในกล่มุ MMRd ตามลักษณะทางชวี โมเลกุล ไมพ่ บประโยชน์จากการให้ยาเคมีบำบัดเป็นการ
   รกั ษาเสริมรว่ มดว้ ย(17)
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39