Page 44 - 5590
P. 44
37
ดาท่ีให้ยาเคมีบาบัด มักเกิดภายหลังได้รับยาเคมีบาบัด ประมาณ 2 สัปดาห์ และจะคงอยู่ต่อไปหลัง
จบการรกั ษาแล้ว 10 - 12 สปั ดาห์
- Telangiectasis มักเกิดข้ึนอย่างถาวร แต่จะลดความรุนแรงลงภายหลังการรักษา
เนอ่ื งจากมีการทาลาย Capillary bed
- Photosensitivity ผิวหนังจะมีปฏิกิริยาต่อแสงแดดมาก เกิดในช่วงท่ีได้รับยาเคมี
บาบดั
- Hyperkeratosis ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก ข้อเข่า ข้อน้ิว จะหนาข้ึน
มกั เกดิ ขน้ึ หลังจากไดร้ ับยา Bleomycin
- Acne-like reaction จะเกิดผื่นแดงบริเวณใบหน้า อาจเป็นหนอง ลักษณะคล้าย
สวิ มักเกดิ จากให้ยา Actinomycin-D
- Ulceration จะเกดิ อาการบวมแดง หรอื เปน็ ตุ่มพอง
11. กำรรั่วของยำออกนอกเสน้ เลือด (Extravasation)
เป็นภาวะท่ีสารละลายในรูปของเหลวหรือรอยร่ัวซึมออกนอกเส้นเลือด และแทรก
ซึมเข้าสู่ช้ันใต้ผิวหนังรอบๆบริเวณท่ีให้สารละลาย ถ้าสารละลายนั้นมีความสามารถในการทาลาย
เน้ือเยื่อได้ (Vesicant) จะทาลายเซลล์ และทาให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบอย่างรุนแรงบริเวณท่ีมียา
รวั่ ซมึ
12. Secondary malignancies
ยาเคมีบาบัดมีคุณ สมบัติเป็น Mutagen โดยเฉพาะยาเคมีบาบัดประเภท
Procarbazine,Melphalan,Chlorambucil,cyclophosphamide, Busulfa ดังนั้นในผู้ป่วยท่ีได้รับ
ยาเคมีบาบัดเหล่าน้ี อาจจะมีโรคมะเร็งชนิดอื่นเกิดข้ึนภายหลังได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด
เฉยี บพลัน (Acute leukemia)

