Page 105 - 5590
P. 105
98
4.1 หากผู้ป่วยหรือครอบครัวมีความวิตกกังวลหรือมีความต้องการรับทราบข้อมูล
ควรใหแ้ พทย์และบุคลากรในทีมสุขภาพอื่นได้รว่ มรับรู้ความต้องการ และความกังวลนน้ั โดยรายงาน
หรอื บนั ทึกในเอกสารเพอื่ สื่อสารให้ทราบตามความเหมาะสม
4.2 พบ พูดคุยและรับฟังผู้ป่วยและครอบครัวภายหลังการสนทนา เพื่อให้ข้อมูล
เกิดความชัดเจนยง่ิ ข้นึ ผู้ปว่ ยและญาตเิ กิดความมนั่ ใจ
4.3 พูดคุยในสิ่งท่ีผู้ป่วยคาดว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงความคาดหวังของผู้ป่วย ให้ข้อมูล
ผู้ป่วยและครอบครัวให้เข้าใจอย่างชัดเจน และใช้ทักษะในการส่ือสารให้ผู้ป่วยยอมรับความเจ็บป่วย
ตามจริง
5. ประคับประคองสภาพอารมณ์ และจิตใจของผู้ป่วยต่อการเผชิญกับภาวะวิกฤตโดยทันที
เพือ่ ชว่ ยให้ผู้ป่วยคน้ พบทางเลอื กในการตดั สนิ ใจท่ีเหมาะสมกับตนเอง
6. ประเมินอาการและอาการแสดง และการรับรู้ในผู้ป่วยหลังให้คาปรึกษา เพ่ือให้การ
พยาบาลได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
ประเมินผล
1. ผู้ป่วยคลายวิตกกงั วล มสี หี นา้ ยม้ิ แยม้ พูดคุยถามตอบรู้เรือ่ ง
2. ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยตนเอง ให้ความร่วมมือในการรักษาและมาตรวจตาม
แพทย์นดั
วินิจฉัยทำงกำรพยำบำลข้อที่ 2 ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมดา้ นการรักษา
ขอ้ มูลสนบั สนุน
1. ผู้ป่วยยินยอมเข้ารับการรักษาตามแผนการรักษาของแพทย์ มักสอบถามเป็นระยะๆ ถึง
วธิ กี ารรกั ษา และผลกระทบที่จะเกิดเมอ่ื เข้ารบั การรักษา
2. จากข้อมูลการจัดการเก่ียวกบั สุขภาพ ผปู้ ่วยมกี ารเชื่อถอื ทั้งการรกั ษาแผนโบราณและแผน
ปัจจบุ ัน
3. ผปู้ ว่ ยยังไมเ่ ขา้ ใจรายละเอยี ด ในแผนการรกั ษา สอบถามให้ยาเคมกี ่อนหรือผ่าตัดกอ่ น
วัตถุประสงค์
ผปู้ ว่ ยได้รบั ข้อมลู การเตรยี มความพรอ้ มด้านการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
เกณฑ์กำรประเมินผล
1. ผู้ปว่ ยมีความรคู้ วามเข้าใจในแผนการรักษาของแพทย์
2. ผู้ปว่ ยใหค้ วามร่วมมือยนิ ยอมเขา้ รบั การรักษา และมาตรวจตามแพทย์นดั
กิจกรรมกำรพยำบำล
1. ประเมินการความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การรักษาของแพทยใ์ นผู้ปว่ ย เพ่ือใหข้ ้อมลู เพ่มิ เติม
แก่ผู้ป่วยในสว่ นท่ียงั ไม่เขา้ ใจ

