Page 134 - CPG มะเร็งปากมดลูก
P. 134

128 แนวทางการปอ? งกันและรกั ษามะเร็งปากมดลูก

        แนวทางปฏิบตั ติ ?อสงิ่ ส?งตรวจทางเซลล?วิทยา การตรวจหาเชอ้ื เอชพวี ีและการรายงานผล

แนวทางปฏิบตั ิตอ? สง่ิ ส?งตรวจหาเชื้อเอชพวี แี ละการรายงานผล

บทนำ

      เชือ้ เอชพวี ีเป?นเชื้อโรคท่ตี ิดตอ? ทางเพศสัมพันธ? และในป?จจุบันได?รับการยอมรับวา? เปน? สาเหตุสำคัญของ
การเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเชื้อน้ีเป?น nonenveloped double-stranded DNA ซึ่งในป?จจุบันถือตามการ
จำแนกล?าสุดโดย The International Human Papillomavirus Reference Center; IHRC (กุมภาพันธ? 2567)
พิจารณาจากความแตกต?างของ L1 gene ซึ่งเป?นสายพันธุกรรมท่ีควบคุมส?วนโปรตีนท่ีอยู?นอกสุดของตัวไวรัส
ซงึ่ คุ?มกันนิวเคลียส (viral capsid) พบว?ามถี ึง 225 สายพันธ?ุ(1) และแบ?งเป?นกลม?ุ ชนิดความเสย่ี งต่ำ (low- risk HPV)
และชนิดความเส่ยี งสูง (high-risk HPV) พิจารณาจากความเก่ียวข?องกับความรุนแรงในการดำเนินโรคที่จะทำให?
เซลล?เปล่ียนแปลงไปเป?นเซลล?ผิดปกติระยะก?อนมะเรง็ และมะเร็งของปากมดลูกได? ท้ังนี้ สว? นของสารพันธุกรรม
ท่ีสำคัญต?อกลไกการก?อมะเร็งคือ E6 และ E7 gene ซึ่งจะสร?างโปรตีนท่ีไปห?ามกระบวนการ apoptosis โดย
ยบั ย้ังการทำงานของ p53, Rb และ p21 มีผลให?ไวรสั สามารถเพิ่มจำนวนได?เรอื่ ย ๆ โดยไม?ถูกทำลายและเป?นมะเร็ง
ในที่สดุ

      ท้ังน้ี พบว?ามากกว?าร?อยละ 95 ของมะเร็งปากมดลูก มีความสัมพันธ?กับการติดเชื้อเอชพีวี(2,3) โดยเฉพาะ
อย?างย่ิงกล?ุมชนิดความเสี่ยงสูง ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว?าเช้ือเอชพีวีชนิดความเส่ียงสูงท่ีเก่ียวข?องได?แก? types
16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 53, 56, 58, 59, 66, 68, 73 และ 82 โดยในกลุ?มน้ี พบว?า เป?น types
16 และ 18 ถึงกว?าร?อยละ 70(4,5) ท้ังนี้ types 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, and 59 ถูกจัดไว?
ในกล?มุ 1 carcinogenic agents ตามการจำแนกของ International Agency for Research on Cancer (IARC)(6)

      การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการตรวจหาเช้ือเอชพีวี ได?รับการรับรองสำหรับใช?ตรวจ
คัดกรองมะเร็งปากมดลูกครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในป? ค.ศ.2014(7) และได?มีการพัฒนาทางด?านเทคนิค
ในรูปแบบต?าง ๆ เรื่อยมาและได?รับการรับรองและใช?กันอย?างแพร?หลายในประเทศ ออสเตรเลีย และอีกหลาย
ประเทศทางยุโรปในเวลาต?อมา และป?จจุบันถูกจัดเป?นการตรวจคัดกรองมาตรฐานที่แนะนำโดยองค?การอนามัย
โลกและหน?วยงาน/องค?กรด?านวชิ าการต?าง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ? งในหลากหลายประเทศท่ัวโลก(8-10) รวมถงึ ในประเทศไทย(11)

      เทคนคิ การตรวจหาเช้อื ไวรสั เอชพีวี มวี ธิ ีตา? ง ๆ ดงั ต?อไปนี้
         1. Target amplification methods
             1.1 Polymerase chain reaction (PCR)
             1.2 Nucleic acid sequence-based amplification
             1.3 Transcription-mediated amplification (TMA)
         2. Signal amplification methods
             2.1 Hybrid capture technique
             2.2 Invader technique
   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139