Page 11 - CPG endometrial cancer
P. 11

ความรู้พ้นื ฐานของยีนต้านมะเรง็ BRCA1 และ BRCA2

รูปท่ี 1 แสดง two-hit model ของการเกดิ มะเร็งทเี่ กิดจากการกลายพนั ธ์ขุ อง tumor suppressor gene

   โดยทั่วไปการเกิด mutation ของยีนมักมีผล                  2. Nonsense mutations เมอื่ เกดิ การเปลี่ยนแปลง
เป็น loss-of-function มากกว่า gain-of-function           เบสมผี ลทำใหต้ ำแหน่งนั้น กลายเป็น stop codon การ
ด้วยกลไกการเกิด mutation ที่หลากหลายกว่าและ              สร้างสาย peptide จะหยุดลง โปรตีนที่มีขนาดสั้นกว่า
สามารถเกิดในตำแหน่งใด ๆ ทั่วไปทั้งยีนได้ รูปแบบ          ปกติไม่สามารถทำงานได้ หรืออาจไม่มีการสร้างโปรตีน
ของ mutation ที่ก่อให้เกิด loss-of-function ของ          เกิดขึ้นเลย เนื่องจาก mRNA ที่ transcribe ออกมาถูก
tumor suppressor gene จงึ มีหลายรปู แบบ ไดแ้ ก่          ทำลายด้วยกระบวนการ nonsense mediated mRNA
                                                         decay ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นกลไกป้องกันการสร้างสาย
   1. Gene deletion การขาดหายไปท้งั ยนี หรือ             peptide ผิดปกติ และอาจมีผลเสยี อื่นตามมา
ขาดหายไปบางสว่ น มีผลทำให้ยีนสร้างสาย peptide
สั้นลงหรือไม่มีการสร้างเลย เนื่องจาก initiation site        3. Splicing mutations ก่อให้เกิดความผิดปกติ
ขาดหายไปด้วย นอกจากนี้ deletion ของ nucleotide           ของกระบวนการตัด intron ออกจาก mRNA ซึ่งพบได้
จำนวนน้อย อาจทำให้เกิด frameshift mutations ซ่ึง         3 ลักษณะ ได้แก่
ทำให้ยีนสร้างสาย peptide ที่มีลำดับกรดอะมิโน
ผิดปกติ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด stop codon                  3 . 1 Splice-site mutations เ ป ็ น ก า ร
ก่อนกำหนด ซึ่งทำให้สาย peptide มีขนาดสั้นกว่า            เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตำแหน่ง intron-exon
ปกตดิ ้วย                                                junction หรือใกล้เคียง เช่น การเปลี่ยนแปลงท่ี
                                                         ตำแหน่งเริม่ ตดั ของ intron (splice donor site) ซึ่ง

                                                      2
   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16