Page 6 - หนังสือ สารก่อมะเร็งที่พบในชีวิตประจำวัน
P. 6

สารกอ่ มะเรง็ ท่ีพบในชวี ิตประจาวนั 2

  8.การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด การติดเชื้อไวรัสบางชนิดอาจมีกลไกเข้าไปรบกวนการ
ทำงานของเซลล์ปกติหรือทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้น้อยลง ขณะที่การติดเชื้อจากแบคทีเรีย
หรือพยาธบิ างชนดิ มักทำให้เกดิ การอกั เสบเร้ือรัง (chronic inflammation) อาจนำไปสู่การเกิดมะเรง็

     ไวรัส
      - ไวรัสตับอักเสบฺบี (Hepatitis B, HBV) และไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C, HCV) มีความสัมพันธ์ต่อมะเร็งตับ
      - Human Papillomaviruses (HPVs) โดยเฉพาะสายพนั ธ์ทุ ่ี 16 และ 18 มคี วามสัมพนั ธต์ ่อมะเรง็ ปากมดลูก
      - Epstein-Barr Virus (EBV) มคี วามสัมพนั ธต์ ่อมะเรง็ ต่อมน้ำเหลืองและมะเรง็ หลังโพรงจมกู
      - Human Immunodeficiency virus (HIV) มีความสัมพันธ์ต่อมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน
        (Non-Hodgkin Lymphoma) มะเรง็ Kaposi sarcoma มะเรง็ ปากมดลกู มะเร็งปอด มะเรง็ ตบั เปน็ ต้น

     แบคทีเรีย
      - Helicobacter pylori (H. pylori) มคี วามสมั พนั ธต์ ่อมะเร็งกระเพาะอาหาร

     พยาธิ
     - พยาธใิ บไม้ในตบั (Opisthorchis viverrini) มคี วามสมั พนั ธต์ อ่ มะเรง็ ตบั และท่อนำ้ ดี
     - พยาธิใบไม้ในเลือด (Schistosoma hematobium) มีความสัมพนั ธต์ อ่ มะเรง็ กระเพาะปัสสาวะ
  9.ภาวะอ้วน คือ ผู้ที่มีไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าปกติจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะ
เกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น โดยภาวะอ้วนมีความสัมพันธ์ต่อมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม (ในผู้หญิงวัยหมด
ประจำเดือน) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไสต้ รง มะเร็งหลอดอาหาร มะเรง็ ตบั ออ่ น มะเร็งถุงน้ำดี เปน็ ตน้
  10.รังสี รังสีชนิดก่อไอออน (ionizing radiation) เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงซ่ึงสามารถทำลาย DNA ในร่างกาย
และอาจนำไปส่กู ารเกิดมะเร็ง ได้แก่ เรดอน (Radon) รงั สเี อกซ์ (x-rays) รังสีแกมมา (gamma rays) เป็นต้น
  11.แสงแดด แสงจากดวงอาทิตย์ที่มีการแผ่ของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดมะเร็ง
ผิวหนงั
  12.บุหร่ี ผู้ที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควันบุหร่ีเข้าไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เนื่องจากในบุหรี่
ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งมากมาย โดยมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็ง
กลอ่ งเสียง มะเรง็ หลอดอาหาร มะเรง็ กระเพาะปัสสาวะ มะเรง็ ตบั มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เป็นต้น

      อย่างไรก็ตาม การที่คนเรามีปจั จยั เสี่ยงทีอ่ าจเกดิ มะเร็งได้น้ันไม่ไดห้ มายความวา่ จะต้องเป็นโรคมะเร็ง
เสมอไป เพียงมีแนวโน้มที่สามารถเกิดมะเร็งได้มากกว่าคนปกติเท่านั้น ในขณะเดียวกันผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็
สามารถเกิดมะเรง็ ได้เช่นเดียวกนั
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11