Page 28 - แผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ 67-75
P. 28
สาธารณสุข Health Data Center (HDC) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พบเด็กวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี มีภาวะเร่ิม
อ้วนและอ้วน ร้อยละ 13.2 ซึ่งเป้าหมายภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก ไม่ควรเกินร้อยละ 10 ในส่วนของ
ข้อมูลประชากรวัยทำงานอายุ 19-59 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน จากข้อมูลเฝ้าระวังสุขภาพของกระทรวง
สาธารณสุข Health Data Center (HDC) พบว่าในปี พ.ศ.2566 มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI ? 23-24.9) ร้อยละ
20.4 อ้วนระดับ 1 (BMI ? 25-29.9) ร้อยละ 20.1 และอ้วนระดับ 2 (BMI ? 30-150) ร้อยละ 7.0 ซึ่งค่า
เปา้ หมายภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนระดับ 1 ไมค่ วรเกินร้อยละ 19.6 และอว้ นระดับ 2 ไม่ควรเกินร้อยละ 5.5 รวมทั้ง
ข้อมูลประชากรผสู้ ูงอายุ 60 ปขี น้ึ ไป มีภาวะนำ้ หนักเกนิ และอ้วนซ่ึงในปี พ.ศ.2566 พบว่ามีภาวะนำ้ หนักเกนิ (BMI
? 23-24.9) ร้อยละ 20.3 อ้วนระดับ 1 (BMI ? 25-29.9) ร้อยละ 20.1 และอ้วนระดับ 2 (BMI ? 30-150) ร้อย
ละ 4.6
สาเหตุของภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเกิดจากความไม่สมดลุ ระหว่างการได้รบั พลังงานและการใช้พลังงาน
ของร่างกาย ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการบริโภค กิจวัตรประจำวัน การออกกำลังกาย โดยพฤติกรรม
การบริโภคอาหารและเคร่ืองด่ืมเปน็ สาเหตุสำคัญของภาวะนำ้ หนกั เกินหรืออว้ น โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มท่ี
มีปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียมสูง ซึ่งข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ.2564 จาก
สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป บริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อการส่งผลเสียต่อสุขภาพ (หวาน
มัน เค็ม) เป็นประจำ (มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์) ได้แก่ อาหารไขมันสูง ร้อยละ 42.1 อาหารแปรรูปประเภท
เนื้อสัตว์ ร้อยละ 39.2 เครื่องดื่มชง ร้อยละ 38.0 เครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์) บรรจุขวด ร้อยละ 34.2 ขนมทาน
เล่นหรือขนมกรุบกรอบ ร้อยละ 16 อาหารกึ่งสำเร็จรูป ร้อยละ 7.2 อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ร้อยละ 6.3 อาหาร
จานดว่ น รอ้ ยละ 5.4 โดยประชากรอายุ 6 ปขี ึ้นไป บริโภคอาหารท่ีส่งผลดีต่อสุขภาพเหมาะสม (มากกวา่ 5 วันต่อ
สัปดาห์) ได้แก่ ผักดบิ และสกุ รอ้ ยละ 63.1 และผลไม้สด รอ้ ยละ 33.9
หากพิจารณาการบริโภคเชิงปริมาณตามผลสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารของวัยทำงานอายุ 19-59 ปี
ผ่านระบบ H4U ปี 2560 – 2566 ยังพบว่า ประชาชนวยั ทำงานกินผักน้อยกวา่ วนั ละ 5 ทัพพี ร้อยละ 70.4 73.1
66.6 55.5 50.8 48.2 และ 50.5 ตามลำดับ ซง่ึ ขอ้ มูลการสำรวจพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของประชากร พ.ศ.
2560 สิ่งท่คี นสว่ นใหญ่คำนึงถึงเปน็ อันดบั แรกก่อนเลือกซ้ืออาหารคือ ความชอบมากที่สุด ร้อยละ 22.1 รองลงมา
คือ รสชาติ ความอยากทาน ร้อยละ 18.5 และ 18.2 ตามลำดับ โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 12.9
และวิธีการปรุงอาหารที่ทานเป็นประจำของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป มีครึ่งหนึ่งที่ใช่วิธีต้ม/ลวกสุกในการปรุง
อาหารที่ทานประจำ ร้อยละ 50.4 รองลงมาคือ ผัด ทอด ตุ๋น/นึ่ง/อบ และปิ้ง/ย่าง ร้อยละ 27.4 12.5 4.3 และ
4.1 ตามลำดับ และน้อยที่สุดคือ ลวกแบบสุก ๆ ดิบ ๆ และวิธีอื่น ๆ ร้อยละ 1.3 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มอายุ
พบว่ากลุ่มวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้วิธีต้ม/ลวกสุก และตุ๋น/นึ่ง/อบ มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ร้อยละ 71.1 และ 6.5
ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มวัยเยาวชน 15-24 ปี ใช้วิธีผัดและปิ้ง/ย่าง มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ร้อยละ 34.8 และ 5.0
แผนการปอ้ งกนั และควบคุมโรคมะเรง็ แหง่ ชาติ พ.ศ. 2567 – 2575 20

