Page 149 - 5590
P. 149
142
ชอื่ ยา กลไกการออกฤทธิ์และ เหตผุ ลในการใช้ยา การพยาบาลเกี่ยวกับ
Paclitaxel การใช้ยา
อาการขา้ งเคียงของยา 1. ใหก้ ารพยาบาลตามหลัก
7R
กลไกการออกฤทธต์ิ ่อ เปน็ ยากลมุ่ Taxanes 2. ให้ขอ้ มูลการปฏบิ ตั ิตัว
ผลข้างเคยี งของยา กอ่ น
เซลล์มะเร็งโดยทจ่ี ะออกฤทธิ์เขา้ เป็นยาทีใ่ ชใ้ นการรักษา ขณะ และหลังไดร้ ับยา
พรอ้ มสังเกตอาการผดิ ปกติ
ไปยบั ย้งั Mitotic Spindle ทีอ่ ยู่ โรคมะเร็งหลายชนิดมี จากการไดร้ ับยา
3. เฝ้าระวังและป้องกนั
ภายในเซลล์ Microtubule ลักษณะเปน็ ของเหลวใส อันตราย อันเกิดจากการ
ไดร้ ับยาเคมีบาบัด
Assembly และยังเขา้ ไปยับย้ัง ทีใ่ ชฉ้ ดี เข้าทางหลอด 4. เนอื่ งจากผู้ปว่ ยบางราย
อาจมีอาการคลืน่ ไสอ้ าเจียน
Disaggregationผลของยาจะเขา้ เลอื ดดา ผู้ปว่ ยทุกรายจึงจะได้รับยา
ฉีดป้องกนั อาการคลน่ื ไส้
ไปสง่ ผลให้การแบ่งตวั ของเซลล์ อาเจยี นก่อนรับยาเคมีบาบัด
ประมาณ 30 นาที
เกดิ การหยุดชะงักท่ี G2 / M 5. ดแู ลการบริหารยาโดย
การควบคุมการหยดดว้ ย
phase ของวฏั จกั รของเซลล์ ซง่ึ เครือ่ ง Infusion pump
ตามRatท่ีแพทย์กาหนด
ชว่ งน้ีจะเปน็ ช่วงทเ่ี ซลลม์ คี วาม 6. ยาเคมบี าบัดทุกชนิดอาจ
ทาใหเ้ กิดอาการแพ้ยาได้
ว่องไวตอ่ การทาลายของรงั สสี งู แนะนาผู้ป่วยหากรูส้ ึกแน่น
หนา้ อก หวั ใจเตน้ ผดิ ปกติ
มาก ใจส่นั เวยี นศรี ษะ หายใจ
ติดขดั ต้องแจง้ พยาบาล
ผลขา้ งเคียง ทนั ที
7.ประเมินวดั สัญญาณชีพ
1. หลังไดร้ บั ยาประมาณ 2-3 เป็นระยะ พร้อมประเมนิ
อาการและอาการแสดงทกุ
วัน อาจมอี าการคลืน่ ไสอ้ าเจยี น ช่วงขณะการไดร้ ับยาเคมี
พะอืดพะอม ซึ่งแพทยจ์ ะส่ังยา
ปอ้ งกนั อาการให้กลบั ไป
รบั ประทานต่อท่บี า้ นต่อเน่ือง
2. หากยงั คงเจบ็ หรือปวดบริเวณ
ท่ีฉดี ยา ให้ประคบเย็นครั้งละ
ประมาณ 15 นาที ทุก 4-6
ชว่ั โมง
3. ช่วงสปั ดาห์แรกหลังรับยาอาจ
มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวด
เมือ่ ยตามเน้ือตวั ซง่ึ จะค่อยๆ ดี
ขนึ้ เม่อื เวลาผา่ นไป
4. ยานี้อาจทาใหเ้ กล็ดเลือดต่า
เลือดออกง่ายและหยดุ ยาก โดย
อาการอาจเริม่ เกดิ ท่วี นั ที่ 21
หลังให้ยา ควรเพม่ิ ความ
ระมัดระวังและไมค่ วรใชย้ าแก้

