| “เป็นมะเร็งท่อน้ำดีหรือ .... 6 เดือนก็เสียชีวิตแล้ว ไม่ต้องรักษาหรอก” ประโยคนี้ อาจเป็นประโยคบอกเล่า คำถาม หรือ คำตอบ ก็เป็นประโยคที่ไม่น่าฟังทั้งสิ้น แต่มันเป็นความจริงสำหรับผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีส่วนใหญ่ในอดีต หรือแม้แต่ปัจจุบันก็ตาม แล้วมีอะไรที่ทำทำให้ประโยคนี้กลายเท็จหรือไม่ คำตอบคือ มีครับ แต่ท่านผู้อ่านอาจจะต้องใช้เวลา
สัก 5 -10 นาที อ่านต่อไปอีกสักหน่อยครับ
|
| “มะเร็งท่อน้ำดี คือมะเร็งตับหรือไม่” ท่อน้ำดี คือทางลำเลียงน้ำดีที่ผลิตจากตับ ผ่านหัวตับอ่อนและไหลลงสู่สำไส้เล็กส่วนต้น ท่อน้ำดีส่วนใดกลายเป็นมะเร็ง ก็จะถูกเรียกอ้างอิงตามตำแหน่งของท่อน้ำดี อันได้แก่ มะเร็งท่อน้ำดีในตับและมะเร็งท่อน้ำดีนอกตับ ซึ่งมะเร็งท่อน้ำดีในตับนั้นเองที่มักถูกเรียกรวมว่าเป็น “มะเร็งตับ” |
| “ทำไม 6 เดือนก็เสียชีวิตแล้ว” กว่าร้อยละ 70 ของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มีอาการและมาพบแพทย์นั้น
มักเป็นมะเร็งในระยะลุกลามจนไม่สามารถทำการรักษาได้หรือพอรักษาได้แต่ผลการรักษาไม่ดีนัก ส่วนมะเร็งท่อน้ำดี
ในระยะเริ่มต้นนั้น มักไม่มีอาการ หรืออาจมีเพียงเล็กน้อย จึงตรวจไม่พบหรือถูกวินิจฉัยเป็นโรคอื่น
|
| “เกิดจากอะไร” ในประเทศไทยพบว่ามะเร็งท่อน้ำดีสัมพันธ์กับการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบในผู้ที่รับประทานปลาน้ำจืดปรุงไม่สุกมากที่สุด และเริ่มพบอุบัติการณ์มากขึ้นในผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด บี หรือ ซี และผู้ป่วยตับแข็ง |
| “รักษาได้หรือไม่” การรักษาที่มีโอกาสหายมีเพียงวิธีเดียวคือการผ่าตัดตับและท่อน้ำดีร่วมกับการให้ยาเคมีหรือการฉายแสง หากไม่สามารถผ่าตัดได้ การให้ยาเคมีหรือการฉายแสงจะเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองเท่านั้น ดังนั้นหากจะรักษาให้ได้ผลดี ต้องพบโรคในระยะเริ่มต้นเท่านั้น |
| “ทำอย่างไรจึงตรวจพบมะเร็งระยะเริ่มต้น” โดยทั่วไปการส่งตรวจที่บ่งชี้เบื้องต้นว่ามีอาจมะเร็งท่อน้ำดีในร่างกาย คือการอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน และตรวจค่าบ่งชี้มะเร็งในเลือด โดยการตรวจอัลตราซาวนด์มีอัตราการพบรอยโรคและความแม่นยำมากกว่าการตรวจค่าบ่งชี้มะเร็งในเลือด สำหรับข้อบ่งชี้ในการตรวจนั้น จะขอแบ่งเป็น 3 หัวข้อเพื่อง่ายต่อการอธิบาย คือ หากมีอาการผิดปรกติ ได้แก่ ตัวตาเหลืองผิดปรกติ ปวดท้องใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงโดยรักษาโรคเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลดมากผิดปรกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาต่อไป หากมีโรคตับ ได้แก่ ไวรัส
ตับอักเสบชนิด บี หรือ ซี โรคตับแข็ง โรคท่อน้ำดีขยายตัวผิดปรกติ โรคท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรังชนิดปฐมภูมิ หรือโรคลำไส้อักเสบชนิดเป็นแผลเรื้อรัง ท่านควรตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนอย่างน้อยทุก 6 ถึง 12 เดือน หากไม่มีอาการผิดปรกติ
โดยอ้างอิงตามหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการตรวจคัดกรองชัดเจน แต่สำหรับในประเทศไทยแนะนำให้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับในผู้ที่นิยมบริโภคปลาน้ำจืดปรุงไม่สุก โดยหากพบติดเชื้อหรือเคยติดเชื้อพยาธิใบไม้
ในตับควรรับการรักษาและตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ทุก 6 ถึง 12 เดือน ด้วยการอัลตราซาวน์ตับ |
| “ป้องกันได้หรือไม่” สำหรับมะเร็งโดยหลักการไม่สามารถป้องกันได้ แต่ลดความเสี่ยงได้ โดยการหลีกเลี่ยงอาหารจากปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุกเพื่อลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ออกกำลังกาย ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดอาหารหวานและมัน เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะตับแข็ง และหากมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ควนปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีสม่ำเสมอ หวังว่าการใช้เวลา 5-10 นาทีของท่านจะเป็นส่วนในการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีไม่มากก็น้อย หากท่านมีข้อสงสัยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ NCI รู้สู้มะเร็ง |
| |
นายแพทย์สารัฐ สงวนหล่อสิทธิ์
นายแพทย์ปฏิบัติการ สาขาศัลยศาสตร์ ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
|
| 29/10/2025 |
 |