| ประเทศไทยมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี การคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้สูง
เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
|
| รู้ทัน...ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง การรู้ว่าปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมจะช่วยให้สามารถป้องกันและเฝ้าระวังได้อย่างเหมาะสม โดยเพศหญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าเพศชาย และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในผู้หญิงที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หากมีญาติสายตรง (เช่น แม่ พี่สาว ลูกสาว) เป็นมะเร็งเต้านมจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น ยีนที่ผิดปกติ โดยการกลายพันธุ์ของยีนบางตัว เช่น BRCA1 และ BRCA2 ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเป็นมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงหากมีเนื้อเต้านมหนาแน่นทำให้การตรวจหามะเร็งด้วยแมมโมแกรมทำได้ยากขึ้น รวมถึงปัจจัยด้านฮอร์โมนเอสโตรเจน ในกลุ่มผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือนเร็วหรือที่ไม่เคยตั้งครรภ์อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน |
| หมั่นสังเกต...สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำจะช่วยให้สังเกตเห็น
การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของผิวเต้านม เช่น สีผิวที่เปลี่ยนไป หรือมีรอยบุ๋มคล้ายผิวส้ม การคลำพบก้อนหรือความแข็งที่ผิดปกติที่เต้านมหรือบริเวณรักแร้ สังเกตพบว่ามีอาการหัวนมบุ๋ม มีอาการสารคัดหลั่งจากหัวนม มีเลือดหรือของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากหัวนม
หรือมีอาการเจ็บปวดเต้านมที่ไม่หายไป
|
| ป้องกัน...ด้วยการคัดกรองและปรับพฤติกรรม การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอและการดูแลสุขภาพที่ดีเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงและตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมี 3 วิธี ได้แก่ 1) การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self-Examination: BSE) ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรเริ่มฝึกตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งควรตรวจหลังหมดประจำเดือนประมาณ 7-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึง เพื่อให้สามารถคลำหาก้อนหรือความผิดปกติได้ง่าย 2) การตรวจเต้านมโดยแพทย์ (Clinical Breast Examination: CBE) ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง และ 3) การตรวจด้วยแมมโมแกรม (Mammogram) และ
อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป (Average Risk) อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจ
แมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เป็นประจำทุกปี
|
| การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
มะเร็งเต้านมไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราใส่ใจและดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การตรวจคัดกรองแต่เนิ่น ๆ คือ ก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม |
| หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ NCI รู้สู้มะเร็ง |
| |
ข้อมูลโดย
พญ.ณภัทร สายโกสุม
นายแพทย์ชำนาญการ ด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
|
| |
 |