| เดือนมิถุนายนของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ส่งกำลังใจให้ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง เพื่อสร้าง
ความตระหนักรู้ในสังคมให้เกิดความเข้าใจและเห็นคุณค่าของผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเกี่ยวกับความท้าทายที่ต้องเผชิญ และความต้องการด้านบริการดูแลสุขภาพหลังการรักษามะเร็ง เพื่อให้ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งได้รับการสนับสนุน
อย่างครบวงจรและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
|
| ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งนั้น หมายความรวมถึงทุกคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง เริ่มตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัยตลอดจนช่วงเวลาที่ดำรงชีวิตอยู่ รวมทั้งครอบครัวและผู้ดูแลที่มีส่วนได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็ง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และแม้กระทั่งด้านการเงิน |
| การเป็นผู้รอดชีวิตจากมะเร็งไม่ได้หมายความเพียงการมีอายุที่ยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมด้วย โดยอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อลดผลข้างเคียงในระยะยาวที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากตัวโรคมะเร็งเองหรือผลข้างเคียงที่เกิดจากวิธีการรักษาโรคมะเร็ง การดูแลสุขภาพทั้งด้านอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน และการเข้าร่วมกลุ่มทางสังคมเพื่อฟื้นฟูจิตใจ
แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ การสร้างความมั่นใจและความเข้าใจในตนเองและสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ การทบทวนความสำเร็จในอดีต การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และการดูแลร่างกายจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ขณะที่การทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน การเรียนรู้จากประสบการณ์ การยอมรับและปล่อยวางสิ่งที่
ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ผู้รอดชีวิตสามารถก้าวข้ามอุปสรรค ดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีพลัง ด้วยทัศนคติเชิงบวก และสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ
|
| สำหรับผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง การรับประทานอาหารมักเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ
และลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำของโรค โดยหน่วยงานด้านโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีคำแนะนำแนวทางดังนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายและได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเน้นพืชผัก ผลไม้ ถั่วหรือพืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นหลัก ในหนึ่งจานควรประกอบด้วย ผัก 30% ของจาน ผลไม้ 20% ของจาน ธัญพืชไม่ขัดสี 30% ของจาน และโปรตีน 20% ของจาน แหล่งของสารอาหารจากส่วนประกอบอาหารที่แนะนํา ได้แก่ ไขมันจากน้ำมันมะกอกหรือคาโนลา อะโวคาโด เมล็ดพืชและถั่ว และปลาน้ำเย็น คาร์โบไฮเดรตจากผลไม้
ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่ว โปรตีนจากสัตว์ปีก ปลา พืชตระกูลถั่ว อาหารจากนมไขมันต่ำ ไข่ และถั่ว
การบริโภคเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว หมู หรือเนื้อแกะ ในปริมาณพอเหมาะ ไม่เกิน 500 กรัม (ปรุงสุก) ต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปหรืออาหารที่ผ่านการแปรรูป เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก และเนื้อสัตว์แปรรูป
ที่ผ่านการหนักดอง การบริโภคน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ น้อยกว่า 6 ช้อนชา (25 กรัม) สําหรับอาหาร 2,000 แคลอรี่ต่อวัน และน้อยกว่า 9 ช้อนชา (38 กรัม) สําหรับอาหาร 3,000 แคลอรี่ต่อวัน โดยจํากัดอาหารแปรรูปที่มีไขมัน แป้งหรือน้ำตาลสูง เช่น มันฝรั่งทอด คุกกี้ ลูกกวาด ของหวาน ขนมอบแปรรูป ซีเรียลที่มีน้ำตาล อาหารทอด และเครื่องดื่ม
ที่มีน้ำตาล หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ บริโภคแอลกอฮอล์ในระดับที่ต่ำลงสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง
ของโรคมะเร็ง
|
| คำแนะนำเหล่านี้เป็นเพียงกรอบแนวทางพื้นฐานที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ
โรคประจำตัวและวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล และสามารถปรึกษานักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญในบางกรณี
ที่มีความจำเพาะได้
|
| สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการส่งกำลังใจ เพื่อสร้างสังคมของความรู้ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ตลอดจนส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง เพื่อร่วมปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้รอดชีวิตจากมะเร็งให้ดียิ่งขึ้น หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง |
| |
ข้อมูลโดย
นพ.สาริศ อารยะพงษ์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
|
| |
 |