| มะเร็งในช่องปาก คือมะเร็งที่เกิดบริเวณ ลิ้น พื้นของช่องปาก ริมฝีปาก เหงือก เนื้อเยื่อบุในช่องปาก
และเพดานแข็ง อุบัติการณ์ของมะเร็งชนิดนี้ในประเทศไทยคือ 5.5 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศชาย และ 4.3 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศหญิง ซึ่งถือว่าพบได้บ่อย โดยคิดเป็นร้อยละ 25 ของมะเร็งศีรษะและลำคอทั้งหมด ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งในช่องปากที่สำคัญ คือ การสูบบุหรี่หรือยาเส้น และการดื่มแอลกอฮอล์
โดยการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยง 1.9 เท่าในเพศชาย และ 3 เท่าในเพศหญิงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
ส่วนการบริโภคแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงได้สูงถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้บริโภคแอลกอฮอล์ และหากมีการสูบบุหรี่ร่วมกับการบริโภคแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้มากกว่าคนปกติได้สูงถึง 35 เท่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นอีก เช่น การเคี้ยวหมากพลู การเคี้ยวยาเส้น การใส่ฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดีกับ
ช่องปาก รวมถึงสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี เป็นต้น
|
| อาการของผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก มักมาด้วยรอยโรคในช่องปาก เช่น มีแผลหรือก้อนในช่องปากที่เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ ฝ้าขาวหรือรอยแดงในช่องปาก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เจ็บในช่องปาก มีเลือดออก
จากรอยโรคในช่องปาก รับประทานอาหารได้ลดลง และน้ำหนักตัวลดลง รวมไปถึงการมีก้อนที่คอ เป็นต้น
|
| ขั้นตอนการวินิจฉัยคือการตัดชิ้นเนื้อที่ตำแหน่งรอยโรคในช่องปากไปตรวจเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยา
ในผู้ป่วยบางรายอาจพิจารณาทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
เพื่อดูระยะของโรคและวางแผนการรักษาต่อไป โดยการรักษามะเร็งช่องปาก จะพิจารณาจากรอยโรคที่เกิดขึ้น
และสภาวะของผู้ป่วย เช่น โรคประจำตัว โดยหากสามารถผ่าตัดได้จะพิจารณารักษาโดยการผ่าตัดเป็นหลัก
ในบางรายอาจมีการฉายรังสี และ/หรือการให้เคมีบำบัดร่วมด้วยหลังผ่าตัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะทางพยาธิวิทยาของมะเร็งของผู้ป่วยรายนั้น ๆ ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ จะให้การรักษาโดยการฉายรังสี และ/หรือ
การให้ยาเคมีบำบัด จะเห็นได้ว่ามะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่สามารถมองเห็นรอยโรคด้วยตนเองได้ง่าย จึงแนะนำ
ให้ทุกคนหมั่นสำรวจช่องปากตนเองอย่างสม่ำเสมอหลังแปรงฟัน โดยบริเวณต่าง ๆ ในช่องปาก สามารถสังเกตได้ดังนี้
|
- ริมฝีปาก ทั้งด้านนอกและในเยื่อบุช่องปาก โดยอาจส่องกระจกแล้วดึงริมฝีปากด้านบนและล่างเพื่อสังเกต
ดูเยื่อบุช่องปากด้านใน
- ลิ้นและใต้ลิ้นและพื้นของช่องปาก โดยแลบลิ้นหน้ากระจกเพื่อสำรวจลิ้น ขยับลิ้นไปแตะกระพุ้งแก้มแต่ละข้างเพื่อดูด้านข้างของลิ้น และกระดกลิ้นเพื่อดูใต้ลิ้นรวมถึงบริเวณพื้นของช่องปากด้วย
- กระพุ้งแก้ม โดยใช้นิ้วเกี่ยวมุมปากทีละข้างและสำรวจบริเวณกระพุ้งแก้ม
- เหงือกและเพดานปาก สังเกตได้โดยการอ้าปากก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อดูเหงือกด้านล่าง และเงยหน้า
เพื่อสังเกตเหงือกด้านบนและเพดานปาก
|
| นอกจากนี้ความเสี่ยงของมะเร็งช่องปากบางปัจจัยก็สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน เช่น การหยุดสูบบุหรี่หรือยาเส้น การหยุดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การไม่เคี้ยวหมากพลู และการรักษาสุขภาพช่องปากเป็นประจำ รวมไปถึงการพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเป็นประจำ ก็ช่วยให้เราได้ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากได้ด้วยเช่นกัน
และหากผู้ป่วยรายใดที่มีแผลเรื้อรังในช่องปากเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติในช่องปาก สามารถเข้ารับ
การตรวจกับแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute
และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง
|
พญ.รจนา ญาณสมบูรณ์
แพทย์เฉพาะทางสาขาโสต ศอ นาสิก
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
เมษายน 2568
|
| |
 |